20,October,2017
 
เพียง 4 ขั้นตอนง่ายๆสำหรับการเรียนต่อหลักสูตรระยะสั้น 1-3เดือน
ขั้นตอนที่ 1 เลือกโรงเรียนสอนภาษา

เลือกโรงเรียนสอนภาษาที่เหมาะสมที่สุดกับจุดประสงค์ของผู้สมัคร โดยสามารถเลือกโรงเรียนสอนภาษาที่เหมาะกับความต้องการของนักเรียนเองและรับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป เมื่อทราบเป้าหมายที่ตั้งไว้ การสมัครเข้าเรียนต่อในสถาบันสอนภาษาแต่ละแห่งมีระยะเวลาการเปิดรับสมัครและการเตรียมเอกสารที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการรู้ข้อมูลขั้นตอนการสมัครและช่วงเวลาเปิดสอนของสถาบันที่ที่ต้องการศึกษาสามารถช่วยให้ผู้สมัครสามารถวางแผนได้เหมาะสม โดยทั่วไปสถาบันสอนภาษาจะแบ่งออกเป็นสถาบันเอกชนและหลักสูตรการสอนภาษาญี่ปุ่นในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย

- สำหรับการเรียนระยะสั้น (1สัปดาห์-3เดือน) เปิดรับสมัครช่วงมกราคม เมษายน กรกฎาคมและตุลาคมของทุกปี ควรเตรียมการสมัครอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้าโดยเฉพาะผู้ที่มีความประสงค์จะพักกับครอบครัวชาวญี่ปุ่น (Homestay Program)
ขั้นตอนที่ 2 กรอกเอกสารพร้อมยื่นใบสมัครกับ Mainichi Academic Group

เมื่อตัดสินใจเลือกสถานศึกษาแล้ว ผู้สมัครสามารถรับใบสมัครและทำการสมัครพร้อมยื่นเอกสารกับทางไมนิจิ เพื่อตรวจเช็คเอกสารก่อนส่งไปยังโรงเรียนสอนภาษา ณ ประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่สมัครโครงการโฮมสเตย์ จะต้องกรอกแบบฟอร์มรายละเอียดส่วนตัวเพื่อจัดส่งไปยังครอบครัว การสมัครโฮมสเตย์นั้นจะใช้เวลามากกว่าการเลือกพักแบบหอพัก นักศึกษาควรเตรียมสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 1 -2 เดือน และเนื่องจากครอบครัวที่เปิดรับนักเรียนมีจำนวนจำกัด ทางโรงเรียนจะเป็นผู้เลือกความเหมาะสมระหว่างนักเรียนและครอบครัวให้ลงตัวมากที่สุด ผู้สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สามารถสมัครได้ตลอดทั้งปี
ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป จะทำการประสานงานเรื่องการจัดส่งเอกสารการสมัคร จัดหาที่พัก จองบริการรับที่สนามบิน และจัดปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมด้านต่างๆให้ผู้สมัครก่อนเดินทางฟรีทุกขั้นตอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
ขั้นตอนที่ 3 ชำระค่าเล่าเรียนหลังได้รับInvioceจากโรงเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น

หลังจากยื่นเอกสารการสมัครและได้รับการตอบรับจากทางโรงเรียนสอนภาษา ทางโรงเรียนจะทำการจัดส่งใบ Invoice มายังไมนิจิ เพื่อแจ้งไปยังผู้สมัครให้ชำระเงินค่าเล่าเรียนโดยวิธีการโอนโดยตรงไปยังโรงเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นตามธนาคารและหมายเลขบัญชีที่ระบุในใบInvoice
เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการชำระเงินโดยวิธีการโอนผ่านทางธนาคารแล้ว ผู้สมัครต้องจัดส่งสำเนาเอกสารการโอนเงินมาให้ยังไมนิจิ เพื่อประสานงานในการแจ้งทางโรงเรียนให้ออกใบตอบรับใบ Acceptance Letter หรือ Certificate of Admissionให้กับผู้สมัครเพื่อทำการยื่นขอวีซ่าในขั้นตอนต่อไป
สำหรับผู้ที่สมัครโครงการโฮมสเตย์ ทางโรงเรียนจะแจ้งที่อยู่ของครอบครัวให้กับนักเรียนทราบก่อนเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
ขั้นตอนที่ 4 รับเอกสารใบตอบรับเข้าศึกษา และยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทาง

หลังจากที่โรงเรียนได้รับเอกสารการชำระค่าเล่าเรียนเรียบร้อยแล้ว ทางโรงเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นจะทำการออกใบตอบรับเข้าศึกษาที่มีชื่อว่า Acceptance Letter หรือ Certificate of Admission ให้นักเรียนเพื่อนำไปยื่นขอวีซ่าพร้อมกับเอกสารอื่นๆ โดยการเรียนแบบระยะสั้น 1-3 เดือนวีซ่าที่ได้รับจะเป็นวีซ่าประเภทการพำนักระยะสั้นเพื่อการท่องเที่ยว (Tourist Visa) ซึ่งมีอายุไม่เกิน 3 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยด้วย
หมายเหตุ :

ในขั้นตอนที่ 3 หากผู้สมัครไม่ผ่านการพิจารณา ทางสถาบันสอนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่ทำการคืนค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น
ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆในการแปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น และค่าบริการต่างๆในการโอนเงินค่าสมัครและค่าเล่าเรียนไปยังสถาบันที่ประเทศญี่ปุ่น

7 ขั้นตอนการสมัคร สำหรับการเรียนเรียนต่อแบบระยะยาว 6เดือน-2ปี ผู้สมัครจำเป็นต้องดำเนินการเรื่องการส่งเอกสารการสมัครล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4-6 เดือน ทั้งนี้ สถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาแต่ละเขตจะปิดรับสมัครไม่พร้อมกันโดยส่วนใหญ่เขต คันโต ได้แก่ โตเกียว,จิบะ,ไซตามะ,กุมมะ,ฯลฯ จะปิดรับสมัครก่อนเขตอื่นๆประมาณ1 เดือน ตัวอย่างเช่น
ภาคเรียน เมษายน ต้องยื่นใบสมัครภายในเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน
ภาคเรียน ตุลาคม ต้องยื่นใบสมัครภายในเดือน เมษายน-พฤษภาคม สถาบันบางแห่งจะเปิดรับสมัครเข้าเรียนภาค มกราคมและกรกฎาคมแต่จะมีอยู่ไม่มากนัก (สามารถเช็ครายละเอียดของแต่ละสถาบันได้ที่ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ)
ผู้ที่มีสิทธิ์ในการสมัครเรียนต่อระยะยาวจะต้องมีอายุ18ปี บริบูรณ์ และจบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่าแล้วเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 1:การเลือกสถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษา

เป็นปัจจัยที่สำคัญในการไปเรียนต่อระยะยาว ณ ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากการเรียนแบบระยะยาวนั้น สถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาที่ผู้สมัครเลือกจะต้องสถาบันที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของผู้สมัคร เริ่มตั้งแต่เขตหรือเมืองที่ต้องการไปพำนักหรืออาศัยอยู่ ปัจจัยเรื่องค่าครองชีพ สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่พื้นฐาน จากนั้นควรเปรียบเทียบหลักสูตร กิจกรรม รวมถึงค่าเล่าเรียน ของแต่ละสถาบันซึ่งบางสถาบันสามารถแบ่งจ่ายได้เป็นรายเทอม หรือบางสถาบันอาจเรียกเก็บเป็นรายปี รวมถึงแต่ละสถาบันมีหอพักไว้บริการนักศึกษาชาติหรือไม่ หรือมีการติดต่อกับหอพักเอกชนข้างนอกให้กับนักศึกษาต่างชาติด้วยหรือไม่
ดังนั้นควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ก่อนการตัดสินใจโดยสามารถรับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ
ขั้นตอนที่ 2: การยื่นเอกสารใบสมัคร

ยื่นเอกสารที่จำเป็นต่างๆ ในการสมัครกับทางศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ เพื่อตรวจเอกสารต่างๆให้ครบถ้วนก่อนจัดส่งไปยังโรงเรียนสอนภาษา และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ควรตรวจเช็คระยะเวลาการเปิดรับสมัคร เพราะในแต่ละเขตจะปิดรับสมัครและปิดรับการยื่นเอกสารแตกต่างกันออกไป

เอกสารสำหรับการเรียนต่อระยะยาว
แบ่งเป็นส่วนของผู้สมัครและผู้ค้ำประกันดังนี้
เอกสารของผู้ค้ำประกัน

แบบฟอร์มรับรองการเป็นผู้สนับสนุนการเงิน
ทะเบียนบ้านฉบับจริง แบบ ทร.14/1 (ขอคัดจากอำเภอหรือเขต)
จดหมายรับรองสถานะการเงินจากธนาคาร(Certificate of Financial)
เอกสารยืนยันรายได้ประจำ - หนังสือรับรองรายได้จากที่ทำงานปัจจุบัน - แบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีล่าสุด (ภงด.90,91)
เอกสารยืนยันการเป็นเจ้าของธุรกิจ (กรณีมีธุรกิจเป็นของตนเอง) - หนังสือรับรองบริษัท/ใบจดทะเบียนการค้า - ทะเบียนผู้ถือหุ้น/หนังสือบริคณฑ์สนธิ - แบบแสดงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลปีล่าสุด (ภงด.50,51)
กรณีใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของตนเอง - จดหมายรับรองสถานะการเงินจากธนาคาร(Certificate of Financial) - หนังสือรับรองรายได้จากสถานที่ทำงานปัจจุบัน
ทั้งนี้ เอกสารการสมัครและเอกสารอื่นๆต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

เอกสารของผู้สมัคร

ใบสมัครของสถาบัน (สามารถรับเอกสารการสมัครของแต่ละสถาบันได้ที่ไมนิจิฯ)
สำเนาหนังสือเดินทาง Passport - สำเนาหน้าที่เคยเดินทางเข้า-ออก ประเทศญี่ปุ่น
ทะเบียนบ้านฉบับจริง แบบ ทร.14/1 (ขอคัดจากอำเภอหรือเขต)
เอกสารรับรองการศึกษา - ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย - ใบแสดงผลการเรียน(Transcrip)มัธยมศึกษาตอนปลาย - ปริญญาบัตร ปริญญาตรี - ใบแสดงผลการเรียน(Transcrip)ปริญญาตรี (กรณีศึกษาอยู่) - หนังสือรับรองสถานะภาพนักศึกษา - Transcrip แสดงผลการเรียนจนถึงล่าสุด
เอกสารรับรองการเรียนภาษาญี่ปุ่น(ถ้ามี) - Proficiency Test Certificate /ใบสอบวัดระดับ(กรณีสอบผ่านแล้ว) - ประกาศนียบัตร/หนังสือรับรองการผ่านการศึกษาภาษาญี่ปุ่น
รูปถ่ายขนาด 3cm x 4cm จำนวน 8 รูป(ถ่ายไม่เกิน3เดือน)
หนังสือรับรองการทำงาน (กรณีทำงานอยู่)

ขั้นตอนที่ 3: ส่งเอกสารไปที่สถาบันหรือโรงเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อตรวจสอบเอกสาร

หลังจากรวบรวมเอกสารต่างได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทางไมนิจิฯ จะเป็นตัวแทนในการส่งเอกสารของผู้สมัครให้กับสถาบันหรือโรงเรียนภาษาที่นักเรียนทำการสมัคร จากนั้นทางโรงเรียนจะทำการตรวจเอกสารทั้งหมดและจัดส่งให้กับกองตรวจคนเข้าเมืองในแต่ละเขตพื้นที่ตามขั้นตอนต่อไป
(ระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารแตกต่างกันไปตามแต่ละเขตพื้นที่)
ขั้นตอนที่ 4: การแจ้งผลการตอบรับ

การแจ้งผลตอบรับให้กับผู้สมัคร กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นจะออกหนังสือรับรองสถานภาพการพำนักที่เรียกว่าใบCOE หรือCertificate of Eligibility ให้กับผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติ โดยทางสถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาแต่ละแห่ง จะทำการจัดส่งเอกสารฉบับสำเนาและ Invoice เพื่อชำระค่าเล่าเรียน มายังไมนิจิฯ และหลังจากนั้นไมนิจิฯจะทำการติดต่อผู้สมัครเพื่อรับเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนที่ 5: การชำระค่าเล่าเรียน

นักเรียนจะต้องชำระค่าเล่าเรียนโดยวิธีการโอนเงินโดยตรงไปยังบัญชีของโรงเรียนที่สมัครในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นนำเอกสารการชำระเงินมอบให้กับไมนิจิฯ และรับใบ Certificate of Eligibility (C.O.E) ฉบับจริง เพื่อไปประกอบเอกสารการขอวีซ่า

ขั้นตอนที่ 6: การยื่นขอวีซ่า นักเรียนขอวีซ่าพร้อมเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนไปยื่นที่ศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC) โดยมีเอกสารที่จำเป็นดังต่อไปนี้
Passport (มีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6เดือน และหน้าว่างไม่น้อยกว่า 2หน้า หากมีเล่มเก่ากรุณานำติดตัวไปด้วย)
ใบคำร้องขอวีซ่า (รับได้ที่ไมนิจิ หรือดาวน์โหลดจากทางเว็ปไซต์ของสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย)
รูปถ่าย 2x2 นิ้ว สีขาว-ดำ พื้นหลังสีอ่อนที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
ใบตอบรับจากทางโรงเรียน (Certificate of Eligibility)ฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
ทะเบียนบ้านฉบับจริงและสำเนา1ชุด
ผู้ที่เดินทางไปครั้งแรกหากเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลหลังจากที่เคยเดินทางไปแล้วกรุณานำเอกสาร แสดงการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หลังจากที่เคยเดินทาง ไปแล้วกรุณานำเอกสาร ใบเปลี่ยนชื่อ -นามสกุล หรือใบสำคัญสมรส/ใบสำคัญการหย่าแนบไปพร้อมเอกสารด้วย ฉบับจริงและสำเนา 1ชุด


นักเรียนสามารถไปยื่นขอวีซ่าสำหรับนักเรียนระยะยาวได้วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08:30 -17:30 (ไม่มีพักกลางวัน) สำหรับวันและเวลาในการคืนหนังสือเดินทางตามที่ระบุในใบนัดฟังผล โดยที่ศูนย์รับยื่นวีซ่าจะคืนหนังสือเดินทางให้โดยใช้เวลาพิจารณาอย่างน้อย 5 วันทำการถัดไปนับจากวันที่ยื่นคำร้อง


นักเรียนสามารถสามารถมารับ Passport หลังจากได้รับการอนุมัติวีซ่าได้ในวันจันทร์-วันศุกร์ 08:30 -17:30 (ไม่มีพักกลางวัน) และในวันเสาร์เวลา 08:30 -12:30


หมายเหตุ นักเรียนต้องชำระค่าบริการในการยื่นขอ 535 บาท และค่าธรรมธรรมเนียมวีซ่าทั่วไป 1,080 บาทในวันที่ยื่นขอ

ขั้นตอนที่7:การปฐมนิเทศก่อนเดินทาง หลังจากผ่านขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ทางไมนิจิศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นคบวงจร จะทำการปฐมนิเทศ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง รวมทั้งการให้ข้อมูล ที่จำเป็นต่างๆ หลังจากเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น การเตรียมเอกสารการทำธุรกรรมต่างๆ อาทิเช่น
การทำบัตรต่างด้าว
การทำประกันสุขภาพ
การเปิดบัญชีธนาคาร
การซื้อโทรศัพท์มือถือ   
รวมถึงข้อมูลอื่นๆที่จำเป็นในการใช้ชีวิต ณ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นประโยชน์แก่การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางสำหรับนักเรียนทุกคน

หมายเหตุ :

ผู้ที่มีสิทธิในการสมัครเรียนต่อระยะยาว จะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ และจบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่าแล้วเท่านั้น
ในขั้นตอนที่ 3 หากผู้สมัครไม่ผ่านการพิจารณา ทางสถาบันสอนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่ทำ การคืนค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น
ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆในการแปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น และค่าบริการต่างๆในการโอนเงินค่าสมัครและค่าเล่าเรียนไปยังสถาบันที่ประเทศญี่ปุ่น

 

14,565 View
Last Update : 17 July 2010 15:15