20,October,2017
 
 ค่ายภาษาและวัฒนธรรม ณ ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 23
เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม ณ เมืองโตเกียว 14 - 21 ตุลาคม 2549

     ก่อนอื่นต้องบอกว่ารุ่นนี้โชคดีมากที่ได้ไปตะลุยแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงอากาศเป็นใจอย่างยิ่ง เพราะในช่วงที่ผ่านๆมาอากาศในญี่ปุ่นครึ้มฟ้าครึ้มฝนเหมือนบ้านเรา แถมมีบางวันฝนตกลงมาแบบไม่ปราณีใคร อากาศค่อนข้างหนาว แต่ช่วงที่รุ่น 23 เดินทางไปนี้นับว่าอากาศดี แดดออก เย็นสบายทีเดียวเชียว ครั้งนี้เราได้ตะลุยกันทั้ง 4 เมือง ได้แก่ โตเกียว เกียวโต โอซาก้าและโกเบ 

       จุดประสงค์ของการเข้าร่วมโครงการค่ายภาษาและวัฒนธรรมกับไมนิจินั้น เราจัดโครงการนี้เพื่อให้โอกาสน้องๆ ที่มีความรัก ความชอบ และสนใจในประเทศญี่ปุ่นได้สัมผัสประสบการณ์โดยตรง หลายๆคนมาเพราะอยากเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม, มีโครงการเรียนต่อในญี่ปุ่น อยากท่องเที่ยวเมืองต่างๆ ชอบเทคโนโลยี ชอบเพลงญี่ปุ่น อยากมาช็อปปิ้งบ้างก็มี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอให้มีจุดเริ่มที่ชอบประเทศนี้ก่อน ทางไมนิจิก็ยินดีเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้มาสัมผัสประเทศนี้กันอย่างจุใจ อีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นของฝากติดตัวน้องๆกลับไป ก็คือมิตรภาพระหว่างเพื่อน พี่ๆน้องๆ ที่ร่วมโครงการ ซึ่งจะอยู่กับน้องๆทุกคนที่เห็นถึงคุญค่า และรักษามิตรภาพตรงนี้ให้นานแสนนาน ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาที่สั้นในการร่วมโครงการ แต่เชื่อว่าทุกๆคนได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับมามากมายทีเดียว เรามาดูกันค่ะว่าน้องๆไปที่ไหนกันบ้าง

 

      เราเริ่มทริปนี้จากการเจาะลึกโตเกียว ซึ่งโปรแกรมที่จัดไว้ให้น้องๆอย่างจุใจ ทั้งได้เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นพร้อมเล่นเกมส์ฝึกภาษา โดยเน้นการนำมาใช้ได้จริงในระหว่างทัศนศึกษา อีกทั้งได้ท่องเที่ยวในย่านที่มีชื่อเสียง อาทิ Shinjuku, Shibuya, Harajuku, Omotesando, Ikebukuro, Ueno ฯลฯ รวมถึงทัศนศึกษาไปยัง Hakone ชมภูเขาไฟ Fuji ขึ้นเรือ Pirate ชมความโรแมนติกของทะเลสาบฮาชิ และแวะรับประทานไข่ดำอันเลื่องชื่อ

 

แวะรับประทานไข่ดำอันเลื่องชื่อ

น้องๆยังได้ทดลองการเป็นนักพากย์ละคร การ์ตูน และฝึกเป็นนักข่าว (announcer) ที่สถานีโทรทัศน์ NHK ฝึกการซ้อมรับมือแผ่นดินไหว ทดสอบหนีเพลิงและดับเพลิงที่ Bosaikan ชมตลาดย่านขายส่งขนมและขายของพื้นเมืองในอาเมโยโกะ และท่องเมือง Yokohama และเพลิดเพลินเต็มวันที่ Tokyo Disneyland

จากนั้นเดินทางมายังเมืองเกียวโตโดยรถไฟหัวกระสุน Shinkansen ซึ่งมีความเร็วถึง 240 กม./ชม. ชมความสวยงามและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ในอดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ในครั้งนี้น้องๆได้ชม Jidai Matsuri ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1895 โดยจัดขึ้นปีละครั้ง และเป็นหนึ่งในงานที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในเมืองเกียวโต เป็นโอกาสที่ได้เห็นการแต่งตัวและอารยธรรมในแต่ละยุคสมัย โดยมีการแห่ขบวนซึ่งมีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร โดยเริ่มจากพระราชวังอิมพีเรียลจนถึงวัดเฮย์อัน ( Heian Shrine)

 ในเกียวโตเราได้เข้าชมวัดซึ่งมีชื่อเสียงได้แก่วัด Kiyomizu (วัดน้ำใส), วัด Kinkakuji หรือที่รู้จักในนาม “วัดปราสาททอง” ที่หลายๆคนคุ้นจากการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง, วัด Fushimi Inari Taisha ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Geisha, วัด Tofuku Temple ได้ทดลองสวมใส่ชุดยูกาตะและถ่ายรูปร่วมกันในบริเวณพระราชวัง Imperial, สนุกสนานในเทศกาล Halloween กันทั้งวันที่ Universal Studio, รับประทานอาหารอร่อยในย่าน Dotonbouri, เพลิดเพลินกันในย่าน Namba รวมถึง one day trip ไปยังเมืองโกเบ เมืองท่าใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันไซ ท่องเที่ยวในบริเวณ Habour Land และซื้อของที่บริเวณ Sannomiya
 
 ก่อนกลับน้องๆ ทุกคนได้ร่วมเขียนโปสการ์ดส่งถึงทางบ้าน หรือบางคนก็ส่งให้ตัวเองเพื่อเป็นที่ระลึกเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย ก็ถือว่าเป็นของที่ระลึกที่อยากให้เก็บไว้จากพี่ๆไมนิจินะคะ
 

 

สำหรับน้องๆท่านใดที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ก็ติดตามโปรแกรมในครั้งหน้ากับไมนิจิได้ในเว็บนี้นะคะ

 

1,731 View
Last Update : 01 November 2010 16:59