20,October,2017
 
ค่ายภาษาและวัฒนธรรม ณ ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 25 
Summer Camp in Japan 5 เมือง 
TOKYO-YOKOHAMA-HIROSHIMA-NAGASAKI-FUKUOKA

ระหว่างวันที่ 10-26 เมษายน 2550

        อีกครั้งกับโครงการ Summer Camp in Japan กับการพากลุ่มนักเรียน นักศึกษาไทยเดินทางไป
เปิดรับประสบการณ์การเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม และทัศนศึกษาเมืองต่างๆในประเทศญี่ปุ่น สำหรับรุ่นที่ 25 นี้
ทางไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป ได้นำทีมน้องๆ ทั้ง 29 คนไปยังเมืองที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นถึง 5 เมือง ซึ่งในแต่ละแห่ง
จะมีชื่อเสียงและความน่าสนใจที่แตกต่างกันไป กิจกรรมที่น้องๆได้เข้าร่วมในโครงการได้แก่
  • เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นพร้อมเล่นเกมส์ฝึกทักษะภาษา สามารถนำมาใช้ได้จริงในระหว่างเข้าร่วมโครงการ เราได้เชิญอาจารย์จากสถาบันสอนภาษาในประเทศญี่ปุ่นมาฝึกทักษะพื้นฐานภาษาญี่ปุ่น รวมถึงเรียนภาษาญี่ปุ่นจากการร้องเพลง เล่นเกมส์ฝึกภาษา เรียนการพับกระดาษ (Origami) ฯลฯ

ทัศนศึกษาเมืองโตเกียว อาทิ Shinjuku แหล่งธุรกิจ ห้างสรรพสินค้าและร้านเครื่องไฟฟ้า Shibuya & Daikanyama ศูนย์รวมร้านแฟชั่นนานาชนิด และ Harajuku แหล่งวัยรุ่นที่นิยมมาคอสเพลย์ และ
รวมตัวกันในช่วงวันหยุด เพลิดเพลินกันเต็มวันที่ถนน Takeshita และเราได้พาน้องๆไปแวะซื้อของที่ระลึกกันที่ร้าน Johnny’s Jr . นอกเหนือจากย่านการค้าแล้วคณะเราได้แวะซื้อสินค้าพื้นเมืองในตลาดท้องถิ่นAmeyoko แวะร้านขายส่งขนมญี่ปุ่นและเสื้อผ้า ร้องเท้า เครื่องสำอาง รวมถึงแวะย่าน Ikebukuroและ Akihabara รวมร้านขายหนังสือการ์ตูน อนิเมชั่น ชื่อดังของโตเกียว

ในวันที่เดินทางมาถึง เราได้พาน้องๆ เข้านมัสการขอพรจากพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ ที่มีขนาดเล็กเพียง 5.5 ซ.ม. ที่วัด Asakusa

  • ฝึกเป็นนักพากย์การ์ตูนและผู้ประกาศข่าว ชมเบื้องหลังการถ่ายทำละครญี่ปุ่น ณ สถานีโทรทัศน์ NHK Studio Park ทั้งนี้ผู้ที่ได้เป็นตัวแทนของไมนิจิฯได้แก่ น้องไนซ์ พัชรนันท์ รักตประจิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งน้องๆจะได้เรียนรู้เบื้องหลังผู้ประกาศข่าวและอุปกรณ์ที่ใช้ในการสถานีโทรทัศน์
  • นั่งรถไฟสาย Romance Car รุ่นล่าสุด Super Express 50000 Romance Car VSE ซึ่งมีความสวยงามและเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่น จากนั้นน้องได้นั่ง Cable Car และ Ropeway สัมผัสบรรยากาศอันงดงามของวนอุทยานแห่งชาติ Hakone ชมบ่อแร่กำมะถัน และชิมไข่ดำอันเลื่องชื่อที่หุบเขา
    โอวาคุดานิ สถานที่นี้ได้พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
    ในวันที่คณะเดินทางเราไปถึง น้องๆ ต่างตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิที่มีความสูงถึง 3,776 เมตร ซึ่งในครั้งนี้นับว่าเป็นทริปที่เราได้เห็นภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามที่สุดเท่าที่เราเคยจัดมาก็ว่าได้ เพราะถ้าอากาศไม่เป็นใจเราก็จะเห็นภูเขาไฟฟูจิเพียงบางส่วนหรือลางๆเท่านั้น 

 จากนั้นพาน้องๆนั่งเรือชมธรรมชาติในทะเลสาบอาชิ ซึ่งเป็นทะเลสาบ 1 ใน 5 ที่ล้อมรอบภูเขาไฟฟูจิ 
ในช่วงค่ำเราเข้าพักในเรียวกังที่เจ้าของน่ารักมาก ให้การดูแลคณะเราเป็นอย่างดี น้องๆต่างสวมใส่ชุดยูกาตะและทดลองแช่น้ำพุร้อนแบบ onsen และแบบ rotenburo ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ภายนอก ล้อมรอบด้วยภูเขาและต้นไม้ สามารถแช่น้ำพุร้อนและชมความงดงามของภูเขาไฟฟูจิได้ในเวลา เดียวกัน ก่อนกลับน้องๆบางท่านได้ทำกล่องเพลงโดยเลือกของตกแต่ง และกล่องเพลงในสไตล์ที่ตัวเองชอบกลับมาเป็นที่ระลึก

ทางคณะนักเรียนนักศึกษาได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชม Chiba Institute มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ (Crisis Management) อาทิ การรับมือกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ จำลองการเกิดคลื่นซึนามิ แผ่นดินไหว ฯลฯ

จากนั้นแวะเข้าชมโรงงานทำซีอิ๊วญี่ปุ่น (Shoyu) แห่งหนึ่ง น้องๆทุกคนต่างได้รับ Shoyu กลับมาเป็นที่ระลึกคนละ 1 ขวด

หลังจากทัศนศึกษากรุงโตเกียวจนจุใจแล้ว ทางไมนิจิได้นำทีมน้องๆ ขึ้นรถไฟชิงกันเซ็น ซึ่งวิ่งด้วยความเร็ว 240 กิโลเมตร / ชั่วโมง มีความเร็วเป็นอันดับสองของโลกต่อจากรถไฟ TGV ในประเทศฝรั่งเศส
เดินทางมายังจังหวัดฮิโรชิมา (Hiroshima) ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักในนามเมืองแห่งสันติภาพ และเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์การสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งคณะนักเรียนได้เข้าเยี่ยมชม Atomic Bomb Dome และ สวนสันติภาพ รวมทั้งอนุสาวรีย์
ซาดาโกะ ชมสิ่งก่อสร้างที่หลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความร้ายแรงของระเบิดปรามาณูจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1945 และเราได้ร่วมถ่ายรูปกัน

เพลิดเพลินบริเวณเกาะ Miyajima ซึ่งเป็นเกาะศักดิ์สิทธิแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ ชมความงดงามของแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 และ ศาลเจ้าอิสึคูชิมะ สร้างบนผิวน้ำซึ่งจะมีเสาแดงตั้งอยู่กลางน้ำ ซึ่งศ่าลเจ้าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกโลก จากนั้นรับประทาน Okonomiyaki สูตรต้นตำหรับจากเมืองฮิโรชิม่าคนละ 1 จานใหญ่พร้อมรับประทานหอยนางรมย่าง (Yaki Kagi) อาหารดังของเมืองนี้

ต่อกันที่เมือง Nagasaki ชมบรรยากาศอันสวยงามใน Huis Ten Bosch ที่ได้รวมเอาสถาปัตยกรรม กังหัน คูน้ำ หอนาฬิกา และศิลปกรรมขนานแท้จากประเทศฮอลแลนด์ มีอาณาบริเวณกว้างขวางและน้องๆต่างเพลิดเพลินกับความงดงามของสวนดอกไม้หลากสีสรร บางส่วนได้เช่ารถจักรยานปั่นชมสถานที่ต่างๆ อาทิ Ornamental Glass Museum โรงภาพยนตร์ 3 มิติ สวนสนุก ฯลฯ คณะเราเข้าพักกันที่โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้โดยสามารถชมบรรยากาศของสถาปัตยกรรมต่างๆ สวนดอกไม้จากห้องพักและสัมผัสการแช่น้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรม

เมืองสุดท้ายที่เรามาเยือนในทริปนี้ได้แก่ เมืองฟุคุโอกะ ( Fukuoka) เป็นเมืองที่ได้รับการโหวตว่าน่าอยู่ที่สุดในทวีปเอเชียโดยนิตยสาร Asia Week ทางไมนิจินำทีมน้องๆไปสักการะ ศาลเจ้าดาไซฟุ เป็นวัดชินโตที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัด และเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าแห่งความรู้ ในแต่ละวันจะมีนักเรียน นักศึกษามากราบไหว้เพื่อขอพรทางการศึกษา ภายในวัดมีต้นบ๊วยกว่า 6, 000 ต้น บริเวณหน้าวัดมีร้านค้าเก่าแก่มากมาย พลาดไม่ได้กับการรับประทานโมจิที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนี้ โดยรับประทานพร้อมกับชาเขียว ใครมีโอกาสเดินทางไปก็ขอรับลองว่าจะติดใจแน่นอน

ในเมืองฟุคุโอกะน้องๆได้ลิ้มลอง Hakata Ramen ของร้านที่มีชื่อเสียงและออกรายการ TV Champion รวมถึงเพลิดเพลินกันในย่าน Tenjin และที่ Canal City จากนั้นเราปิดท้ายกันที่ Karaoke ซึ่งน้องๆต่างไม่มีใครย้อมแพ้ที่จะแข่งกันริองเพลงญี่ปุ่นกันอย่างสนุกสนาน

สนุกสนานขนาดนี้ น้องคนไหนที่พลาดไป ยังมีโอกาสได้มาเจอกันในค่ายภาษาและวัฒนธรรม ณ ประเทศญี่ปุ่นครั้งต่อไป เดือนตุลาคมนะจ้ะ 

 

1,915 View
Last Update : 02 November 2010 10:20