20,October,2017
 
โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นไมนิจิ ดำเนินการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการเรียน การอบรม ด้านการสอนภาษาญี่ปุ่น จากประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสอนและได้รับใบอนุญาตด้านการสอนภาษาญี่ปุ่นโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นทั้งสิ้น อีกทั้ง ไมนิจิยังใช้ระบบการเรียนการสอนโดยอาจารย์ทุกท่าน จะเน้นสำเนียงที่ชัดเจน และการใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้องเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการสื่อสารได้จริง แบบเดียวกันกับการเรียนการสอนในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย และนอกจากนี้แล้ว ยังมีการใช้สื่อการสอน อาทิเช่น ซีดี วีดีโอ แผนที่ การ์ดตัวอักษร การ์ดคำศัพท์ และอื่นๆ ประกอบการเรียน เพื่อเพิ่มความเข้าใจที่ง่ายขึ้นของผู้เรียน และยังสอดแทรกความรู้ด้านประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นไปพร้อมกับบทเรียนอีกด้วย
BEGINNER 1-4
หลักสูตรขั้นต้น 1-4 เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้สนใจที่ไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นมาก่อน หรือเคยมีแต่น้อยมาก จะใช้เวลาในการเรียนหลักสูตรนี้ทั้งสิ้น 180 ชั่วโมง สอนโดยอาจารย์ที่มีทักษะการสอนเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้เรียนเข้่าใจภาษาญี่ปุ่นได้ง่าย โดยมีเนื้อหาของการเรียนการสอนดังนี้

บทสนทนาเบื้องต้นง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
การอ่านและเขียนตัวอักษรแบบ Hiragana และ Katakana
การใช้ตัวเชื่อมประโยคชนิดต่างๆ
การใช้คำกริยาต่างๆ
การใช้คำสรรพนามต่างๆ
การอ่านและเขียนตัวอักษร Kanji เบื้องต้น

เมื่อจบหลักสูตรนี้แล้ว ผู้เรียนจะสามารถ ฟัง พูด อ่าน เขียน ประโยคเบื้องต้นง่ายๆที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ และสามารถ อ่าน เขียน คันจิได้ 100 ตัว หรือเทียบเท่าระดับ N5
INTERMEDIATE 1-4
หลักสูตรขั้นกลาง 1-4 เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐาน หรือสอบผ่านระดับภาษาญี่ปุ่นขั้นต้นแล้ว สามารถฟังและสนทนาภาษาญี่ปุ่นแบบง่ายๆได้ สามารถอ่านเขียน Hiragana Katakana และ Kanji ได้อย่างน้อย 100 ตัว และต้องการเรียนเพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่น หลักสูตรนี้ จะใช้เวลาในการเรียนหลักสูตรนี้ทั้งสิ้น 180 ชั่วโมง โดยมีเนื้อหาของการเรียนการสอนดังนี้

เรียนเกี่ยวกับพื้นฐานไวยากรณ์ญี่ปุ่น 13 ระดับ
การแต่งประโยคชนิดต่างๆ
การอ่านบทความชนิดต่างๆ
การทำ presentation ในสถานที่ต่างๆ

เมื่อจบหลักสูตรผู้เรียนจะสามารถเขียนภาษาญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี และสนทนาภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นแบบพื้นฐานได้ รวมถึงการแต่งประโยคและการอ่านบทความภาษาญี่ปุ่นที่มีตัวอักษรคันจิได้ 250 ตัวขึ้นไป หรือเทียบเท่าระดับ N4
PRE-ADVANCE 1-2
หลักสูตรเตรียมพร้อมเรียนขั้นสูง 1-2 เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่สอบผ่านระดับภาษาญี่ปุ่นขั้นกลางแล้ว สามารถฟังและสนทนาภาษาญี่ปุ่นได้ในระดับหนึ่ง สามารถอ่านเขียน Hiragana Katakana และ Kanji ได้อย่างน้อย 250 ตัวขึ้นไป และต้องการเรียนเพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้นเพื่อเพิ่มความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่น หลักสูตรนี้จะใช้เวลาในการเรียนหลักสูตรนี้ทั้งสิ้น 90 ชั่วโมง โดยมีเนื้อหาของการเรียนการสอนดังนี้

การอ่านบทความขั้นสูงชนิดต่างๆ
การอ่านและเขียนตัวอักษร Kanji ขั้นสูง
การใช้ไวยากรณ์ชั้นสูง

เมื่อจบหลักสูตรผู้เรียนจะมีความพร้อม ที่จะสามารถเรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นสูงได้เป็นอย่างดี และสนทนาภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว อ่านบทความชั้นสูง รวมถึงการแต่งประโยคและการอ่านบทความภาษาญี่ปุ่นที่มีตัวอักษรคันจิได้ 330 ตัวขึ้นไป หรือเทียบเท่าระดับ N4
ADVANCE 1-4
หลักสูตรขั้นสูงนี้ เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่ผ่านการสอบขั้นPRE-ADVANCE 1-2แล้ว สามารถฟังและสนทนาภาษาญี่ปุ่นได้คล่องแคล่วพอสมควร สามารถอ่านเขียน Hiragana Katakana และ Kanji ได้อย่างน้อย 330 ตัวขึ้นไป และต้องการเรียนเพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่น และต้องการนำไปใช้ศึกษาต่อ, ใช้ในการทำงาน หรือใช้ในการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นในระดับสูง จะใช้เวลาในการเรียนหลักสูตรนี้ทั้งสิ้น 180 ชั่วโมง โดยมีเนื้อหาของการเรียนการสอนดังนี้

การอ่านบทความภาษาญี่ปุ่นชนิดต่างๆที่ค่อนข้างซับซ้อน
การอ่านและเขียนตัวอักษร Kanji ขั้นสูงยิ่งขึ้น
การใช้ไวยากรณ์ชนิดต่างๆในขั้นสูง

เมื่อจบหลักสูตรผู้เรียนจะสามารถสื่อสารด้วยภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่วทั้ง การอ่าน, ฟัง, พูด, เขียน และอ่านบทความภาษาญี่ปุ่นที่มีตัวอักษรคันจิได้ 500 ตัวขึ้นได้ หรือเทียบเท่าระดับ N3
PRIVATE COURSE
เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนแบบส่วนตัว (ตัวต่อตัวกับอาจารย์ผู้สอน) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการเรียนสูงสุด

หลักสูตรนี้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง โดยก่อนการเลื่อนไปยังระดับต่อไป จะต้องทำการสอบเลื่อนขั้นเช่นเดียวกับคอร์สเรียนแบบกลุ่ม
PROFICIENCY TEST
คอร์สเรียนวัดระดับนี้ เป็นคอร์สเรียนเพื่อที่จะนำความรู้ไปใช้ในการสอบวัดระดับโดยเฉพาะ โดยจะเรียนเจาะไปยังเนื้อหาการสอบและวิธีการต่างๆในการสอบวัดระดับ โดยการสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นจะมีทั้งหมด 5 ระดับดังนี้

ระดับที่ 5 (ต่ำสุด)
ระดับที่ 4
ระดับที่ 3
ระดับที่ 2
ระดับที่ 1 (สูงสุด)

โดยการสอบในแต่ละระดับนั้น จะเปิดสอบปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมตัวเพื่อการสอบให้พร้อม ดังนั้นการเรียนเพื่อติวเข้มในการสอบแต่ละระดับในคอร์สนี้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ต้องการสอบวัดระดับทุกท่าน
GAT PAT คืออะไร สอบอะไรบ้าง??
มาดูกัน GAT PAT 2553
GAT PAT ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปี 2553
เนื่องจากสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงการจัดสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test หรือ GAT) และความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการ (Professional A Aptitude Test หรือ PAT) เพื่อใช้เป็นคะแนนในการนำไปสอบระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์กลางว่า ตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติว่าการสอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 นั้นจะใช้สัดส่วนคะแนนดังนี้

องค์ประกอบในการยื่นคะแนนเข้ามาหาวิทยาลัย ปี 2553
ทปอ. จะใช้องค์ประกอบต่อไปนี้ในการยื่น คะแนนเข้ามหาวิทยาลัย
1) GPAX 6 ภาคเรียน 20 %
2) O-NET (8 กลุ่มสาระ) 30 %
3) GAT 10-50 %
4) PAT 0-40 %

รวม 100 %
หมายเหตุ :
1. GPAX คือ ผลการเรียนเฉลี่ย สะสม 6 ภาคเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียน รู้
2. GAT คือ General Aptitude Test ความถนัดทั่วไป
3. PAT คือ Professional Aptitude Test ความถนัดเฉพาะ วิชาชีพ

รายละเอียดเกี่ยว กับ GAT

1. เนื้อหา
การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์และการแก้โจทย์ ปัญหา(ทาง คณิตศาสตร์) 50%
การสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษ 50%

2. ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย
คะแนนเต็ม 200 คะแนน เวลาสอบ 2 ชั่วโมง
ข้อสอบ เน้น Content Free และ Fair
เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อ สอบ

3. สอบปีละหลายครั้ง
คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด (จะสอบ ตั้งแต่ม. 4 ก็ได้)
รายละเอียดเกี่ยว กับ PAT 1. PAT มี 6 ชุด คือ PAT 1 วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์ เนื้อหา เช่น Algebra, Probability and Statistics, Conversion,Geometry, Trigonometry,Calculus ฯลฯ ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Calculation skills, Quantitative Reasoning, Math Reading Skills PAT 2 วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ เนื้อหา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, environment, ICT ฯลฯ ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Sciences Reading Ability,Science Problem Solving Ability ฯลฯ PAT 3 วัดศักยภาพทางวิศวกรรมศาสตร์ เนื้อหา เช่น Engineering Mathematics, EngineeringSciences,Life Sciences, IT ฯลฯ ลักษณะข้อสอบ Engineering Aptitude i.e. Multidimensional Perceptual Ability, Calculation Skills, Engineering Reading Ability, Engineering Problem Solving Ability PAT 4 วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ เนื้อหา เช่น Architectural Math and Science ฯลฯ ลักษณะข้อสอบ Space Relations, Multidimensional Perceptual Ability, Architectural Problem Solving Ability ฯลฯ PAT 5 วัดศักยภาพทาง ครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์ เนื้อหา ความรู้ในเนื้อหาภาษา ไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม วิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ลักษณะข้อสอบ ครุ ศึกษา (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading Skills),ความรู้ทั่วไปเกี่ยว กับการศึกษาของประเทศไทย การแก้ปัญหาที่เกิดจากนัก เรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ PAT 6 วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์ เนื้อหา เช่น ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทาง ศิลป์ ฯลฯ ลักษณะข้อสอบ ความคิดสร้าง สรรค์ ฯลฯ "อย่างไรก็ตาม มีข้อเรียกร้องจากสมาคมฝรั่งเศสที่เสนอขอให้ ทปอ.จัดสอบเรื่องภาษาที่ 2 ด้วย ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และญี่ปุ่น เพื่อเป็นการวัดคุณภาพของเด็ก โดยจะขอให้เพิ่มเป็น PAT 7 และย่อยลงไปเป็น 7.1 , 7.2 ตามลำดับ แต่ ทปอ.เสนอว่าให้ทางสมาคมจัดสอบล่วงหน้าก่อนได้และให้กำหนดในเงื่อนไขแอดมิชชั่นว่าผู้ที่จะสอบในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาเหล่านี้จะต้องผ่านการสอนวัดความรู้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีการมาเพิ่มเป็น PAT 7 สทศ.ก็ต้องมาทำการทบทวน PAT ทั้ง 6 ใหม่ ซึ่งก็จะยุ่งยากอีก"ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวและว่า สำหรับข้อสอบ PAT นั้นได้เชิญอาจารย์ทีเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาเป็นผู้ออกข้อสอบ โดย สทศ.จะอธิบายความต้องการ วัตถุประสงค์การออกให้ทราบ และเมื่ออาจารย์ออกข้อสอบเสร็จแล้วก้จะนำเข้าคลังข้อสอบในรอบแรกก่อนนำมาเข้ากระบวนการกลั่นกรองเพื่อเข้าคลังข้อสอบของ สทศ. ใหม่อีกครั้ง 2. ลักษณะข้อสอบ PAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย คะแนนเต็มชุดละ 200 คะแนน เวลาสอบชุดละ 2 ชั่วโมง เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก มีการออกข้อสอบเก็บไว้ในคลังข้อ สอบ 3. การจัดสอบ จะจัดสอบเมื่อนักเรียนอยู่ชั้น ม.6 โดยจัดสอบปีละ 2 ครั้ง คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่ สุด ขณะนี้ ทปอ.ได้มอบหมายให้ สทศ.เป็นผู้จัดสอบ GAT และ PAT ซึ่งในส่วนของ GAT มีการทดลองรูปแบบการสอบแล้ว โดยจะใช้การสอบทั้งแบบปรนัยและอัตนัย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 300 คะแนน โดยนักเรียนสามารถสอบได้ 2-3 ครั้ง และเลือกคะแนนสอบครั้งที่ดีที่สุดไปใช้ โดยคะแนนจะเก็บไว้ได้ 2 ปี แต่เด็กต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสอบเอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสอบได้ประมาณเดือนตุลาคม 2551 หรืออาจต้นปี 2552 เพื่อให้ใช้ทันแอดมิชชั่นปี 2553
การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น(JLPT) การสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น (Japanese Language Proficiency Test:JLPT)
จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นของชาวต่างชาติผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น การสอบภายในประเทศญี่ปุ่นจัดโดยสมาคมสนับสนุนการศึกษานานาชาติแห่งประเทศญี่ปุ่น(JEES) โดยจัดสอบในหลายจังหวัดที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนนอกประเทศญี่ปุ่นนั้น มูลนิธิญี่ปุ่น(Japan Foundation)เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดสอบ และตั้งแต่ปี2553เป็นต้นไป จะเริ่มจัดสอบในรูปแบบใหม่ โดยเปลี่ยนจาก4ระดับมาเป็น5ระดับ และจัดสอบปีละ2ครั้ง ในวันอาทิตย์แรกของเดือนกรกฎาคม (เฉพาะระดับ1, 2 และ 3) และเดือนธันวาคม(ทุกระดับ)

**สถานศึกษาบางแห่งรับสมัครนักศึกษาต่างชาติในระดับปริญญาตรี และบัณฑิตวิทยาลัย โดยพิจารณาจากผลสอบวัดระดับความสามารถภาษาญี่ปุ่น แทนผลสอบเพื่อศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น(EJU)**

การสอบรูปแบบใหม่
เป็นการวัดความสามารถทางทักษะแต่ละด้านและความสามารถด้านการสื่อสาร การสอบนี้จะวัดความสามารถในการใช้ภาษาของผู้เรียนในสถานการณ์จริง
ระดับการสอบ
เนื่องจากมีผู้กล่าวว่า ความยากของข้อสอบระดับ 3 และระดับ 2 ต่างกันมาก เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้สอบ จึงได้ปรับเปลี่ยนระบบการสอบจากปัจจุบันที่มี 4 ระดับ เป็น 5 ระดับ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน จึงกำหนดวิธีการเรียกระดับการสอบในรูปแบบใหม่ดังนี้ คือ N1 – N2 – N3 – N4 – N5 โดยเพิ่มตัวอักษร “N” ไว้ข้างหน้า ซึ่งมาจากคำว่าNihongo(ภาษาญี่ปุ่น) และ New(ใหม่) N1 ระดับที่ใกล้เคียงกับระดับ 1 ในปัจจุบัน แต่ยากกว่าเล็กน้อย N2 ระดับที่ใกล้เคียงกับระดับ 2 ในปัจจุบัน N3 ระดับที่อยู่ระหว่างระดับ 2 และ 3 ในปัจจุบัน N4 ระดับที่ใกล้เคียงกับระดับ 3 ในปัจจุบัน N5 ระดับที่ใกล้เคียงกับระดับ 4 ในปัจจุบัน วิชาที่สอบ แบ่งออกเป็น 2 วิชา คือ 読む試験(よむしけん)เป็นการสอบ “文字(もじ)・語彙(ごい)” และ “ 文法(ぶんぽう)・読解(どっかい)” 聞く試験(きくしけん) เป็นการสอบ “ 聴解(ちょうかい)” ในการสอบปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ
เพิ่มข้อสอบในส่วนของการฟังมากขึ้น เป็น 1 ใน 3 ของข้อสอบทั้งหมด ( จากเดิมคือ 1 ใน 4 ) จะต้องสอบผ่านทุกส่วนจึงจะถือว่าสอบผ่าน แม้ว่าได้คะแนนรวมทุกส่วนถึงเกณฑ์แต่มีส่วนใดส่วนหนึ่งได้คะแนนไม่ถึงก็ถือว่าไม่ผ่าน การสอบในรูปแบบใหม่จะไม่มีการนำข้อสอบมาเผยแพร่ดังที่เคยปฏิบัติมา เพื่อเป็นการรักษาระดับมาตรฐานการทดสอบ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดตัวอย่างข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระบบใหม่ได้ที่ http://www.jlpt.jp/e/about/new-jlpt.html การสมัครสอบในประเทศไทย สมัครได้ที่ สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นฯ ประมาณช่วงเดือนเมษายน(รอบแรก) และสิงหาคม(รอบสอง)ของทุกปี http://www.ojsat.or.th
หลักสูตรอบรมเทคนนิคล่ามญี่ปุ่นมืออาชีพ (Japanese for Interpreter Course) สอนโดยอาจารย์ผู้มีประสบการณ์ล่าม มากว่า 16 ปี
คุณสมบัติของผู้เข้าอบรม

ผู้ที่ทำหน้าที่ หรือมีประสบการณ์ในการสื่อภาษา หรือล่ามในองค์กร
ล่ามสมัครเล่น และล่ามอาชีพ
ผู้สนใจการประกอบอาชีพล่าม มีคุณสมบัติของล่าม หรือผู้ที่ผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น ระดับ 3 เป็นอย่างต่ำ

ร่วมเรียนรู้เทคนิคต่างๆ อาทิ

การจับใจความการประชุม การสรุปเนื้อหา
เทคนิคการจดเนื้อเรื่อง
Sense การใช้ภาษาญี่ปุ่น วัฒนธรรม และ ศีลธรรม
วิธีการฝึกภาษาสำหรับผู้ประกอบอาชีพล่ามมืออาชีพ
เรียนรู้บทบาทของล่าม และคุณสมบัติของล่าม เทคนิคพื้นฐานของการเป็นล่าม
ศึกษาถึงปัญหาของล่าม และมารยาทที่พึงมี
เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมไทย และญี่ปุ่น ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพล่าม
การจัดการบรรยาย จัดกลุ่ม Discussion ร่วมกับทำแบบฝึกหัดหัวข้อสนทนาร่วมกัน

ลักษณะการอบรม การจัดการบรรยาย จัดกลุ่ม Discussion ร่วมกับทำแบบฝึกหัดร่วมกัน ฝึกหัดการออกเสียง การแปล ล่าม และร่วมวิจารณ์ตามหัวข้อสนทนา วันเปิดอบรม วันเสาร์ที่ 4 และ อาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2553 ระยะเวลาการอบรม (หลักสูตร 12 ชั่วโมง) 9.00 – 12.00 และ 13.00 – 16.00 น. (วันละ 6 ชั่วโมง) รวม 2 วัน ค่าอบรม  4,800 บาท (รวมอาหารกลางวันและคอฟฟี่เบรค ช่วงเช้าและบ่าย และค่าเอกสารประกอบการบรรยายเรียบร้อยแล้ว) ไม่รวมถึงค่าลงทะเบียนแรกเข้าของไมนิจิ 250 บาท วิทยากร อาจารย์บุญชู ตันติรัตนสุนทร ปริญญาโทมหาวิทยาลัยเคโอ ประเทศญี่ปุ่น อาจารย์ผู้แต่งหนังสือ

หลักสูตรอบรมเทคนิคการตอบสัมภาษณ์งานและเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรญี่ปุ่น

Japanese for Job Hunting (including writing resumes & interview practice)
Business Japanese Class (including business culture & manner)
ฝึกคำศัพท์ สำนวน รูปประโยคสุภาพที่ใช้ในการสอบสัมภาษณ์ รวมถึงมารยาทต่าง ๆ
* เน้นทักษะการฟัง การพูด เพื่อสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์จริง

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อการโรงแรม การบริการ การท่องเที่ยว (Japanese for Hotel, Restaurant, Tourism Course) เฉพาะบริษัท
ศึกษาและฝึกทักษะการใช้ภาษาญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับงานธุรกิจโรงแรม ฝึกทักษะทางภาษาทั้ง 4 เน้นทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์จริง
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นสำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (Japanese for Flight Attendance Course)
สำหรับผู้ที่กำลังจะเข้าทำงานทางด้านสายการบิน เรียนรู้พื้นฐานภาษาญี่ปุ่นทั้งทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ฝึกสำเนียงการพูดและประโยคที่จำเป็นต่อการทักทายผู้โดยสาร ใช้ตำราเรียนการสอน Minna no Nihongo และตำราเรียนเกี่ยวกับที่ใช้ในการฝึกพนักงานบนสายการบิน
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเชิงธุรกิจสำหรับคนทำงาน (Business Japanese Course)
ผู้ที่มีความรู้พื้นฐานภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อยระดับ 3 ขึ้นไป หรือทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น ผู้เรียนทุกท่านจะต้องมีการสอบวัดระดับก่อนเข้าเรียน เรียนรู้การใช้ภาษาญี่ปุ่นเชิงธุรกิจ ฝึกทักษะการ ฟัง พูด อ่าน เขียน เรียนรู้มารยาทที่จำเป็นต่อการติดต่อธุรกิจ เรียนรู้การเขียนจดหมายเชิงธุรกิจ (Memo)
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นสำหรับงานโรงงาน (Japanese for Factory)
ศึกษาและฝึกทักษะการใช้ภาษาญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับศัพท์เทคนิคในโรงงาน ฝึกทักษะทางภาษาทั้ง 4 เน้นทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์จริง
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นสำหรับเลขานุการ (Japanese for Secretary)
ศึกษาฝึกฝนศัพท์สำนวนตลอดจนบทสนทนาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานเลขานุการ เรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้เรียกเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ในสำนักงาน เรียนรู้การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ภาษาญี่ปุ่น เพื่อสามารถผลิตเอกสารต่างๆ ได้
หลักสูตรการสอนวาดการ์ตูนญี่ปุ่นพร้อมรับเล่มพิมพ์สมบูรณ์เมื่อจบหลักสูตร (Comic Drawing Course) หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็ก 7-12 ปี (Japanese for Kids) หลักสูตรครูสอนภาษาญี่ปุ่น (Japanese for Teacher Training Program) เฉพาะชาวญี่ปุ่น หลักสูตรเรียนภาษาไทย (Thai Language)
 

154,527 View
Last Update : 30 April 2010 12:11